
เรื่องราวของอ๋าวใหญ่เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1744 เมื่อเวียดนามถูกแบ่งออกเป็นสองดินแดน คือ ดินแดนตอนใน (Đàng Trong) และดินแดนตอนนอก (Đàng Ngoài) เพื่อสร้างความแตกต่างให้แก่ประชาชนของตน พระเจ้าเหงียน ฟุก ควาต (Nguyễn Phúc Khoát) แห่งดินแดนตอนใน จึงทรงขอให้ราษฎรสวมเสื้อคลุมผ่าหน้ากระดุมคู่กับกางเกงขายาว ชุดห้าชิ้นนี้ (áo ngũ thân) คือแรงบันดาลใจของชุดอ๋าวใหญ่ในปัจจุบัน ชนชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์จะตัดเย็บชุดจากผ้าไหมที่ดีที่สุด พร้อมตกแต่งรายละเอียดอันประณีตและใช้สีสันสดใสเพื่อแสดงถึงยศถาบรรดาศักดิ์ในราชสำนัก
ในช่วงทศวรรษ 1930 ชุดดังกล่าวได้รับการปรับลดทอนให้เหลือเพียงสองชิ้นโดยศิลปินชาวเวียดนาม เลอ มูร์ เหงียน กัต เตื่อง (Le Mur Nguyễn Cát Tường) ชายกระโปรงด้านหน้าถูกขยายให้ยาวลงไปถึงข้อเท้า และรูปทรงของชุดมีความเข้ารูปมากขึ้น เช่นเดียวกับแนวคิด "แบบตะวันตก" หลายๆ อย่าง ในตอนแรกสไตล์นี้ได้รับการยอมรับอย่างกล้าๆ กลัวๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเลอ มูร์ ได้ออกแบบคอลเลกชันอ๋าวใหญ่ให้แก่จักรพรรดินี นาม เฟือง (Queen Nam Phương) พระมเหสีของจักรพรรดิบ๋าว ดั่ย (Bảo Đại) จักรพรรดิองค์สุดท้ายของเวียดนาม หญิงสาวในเมืองหลวงก็เริ่มหันมาสวมใส่และทำให้สไตล์ที่ร่วมสมัยมากขึ้นนี้ได้รับความนิยมแพร่หลาย

หลังการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม โฮจิมินห์ได้เขียนบทความขึ้นในปี ค.ศ. 1947 โดยระบุว่าอ๋าวใหญ่ไม่เหมาะสำหรับการทำงานในทุ่งนาหรือในโรงงาน และขอให้ชาวเวียดนามปรับเปลี่ยนการแต่งกายให้สะดวกต่อการทำงานมากขึ้น ส่งผลให้อ๋าวใหญ่กลายเป็นชุดที่สงวนไว้สำหรับงานที่เป็นทางการและโอกาสพิเศษต่างๆ เท่านั้น ในปัจจุบัน นักเรียนหญิงระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศจะต้องสวมชุดนี้อย่างน้อยหนึ่งวันต่อสัปดาห์ ภาพของเด็กสาวในชุดอ๋าวใหญ่สีขาวปั่นจักรยานไปโรงเรียนได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เพลง บทกวี และภาพวาดของเวียดนามมากมาย นอกจากนี้ ผู้หญิงทุกเพศทุกวัยยังคงสวมใส่ชุด อ๋าวใหญ่ ทุกครั้งที่ต้องการสร้างความประทับใจที่ดี
คำแนะนำ: เยี่ยมชมคอลเลกชันอ๋าวใหญ่ที่จัดแสดงถาวร ณ พิพิธภัณฑ์สตรีเวียดนาม (Vietnamese Women's Museum) ในฮานอย เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชุดนี้และรูปแบบที่หลากหลาย

คอปาด, ความยาวแบบครอป, แขนสั้น--ดีไซเนอร์ยุคใหม่ไม่กลัวที่จะแสวงหาแนวทางสร้างสรรค์เมื่อพูดถึงอ๋าวใหญ่ การตีความชุดแบบดั้งเดิมในรูปแบบใหม่ๆ เหล่านี้ช่วยให้สวมใส่ได้จริงมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าสามารถนำมาสวมใส่ในโอกาสที่ไม่เป็นทางการได้ด้วย สไตล์ที่มีความยาวระดับเข่าช่วยให้สะดวกต่อการขับขี่รถจักรยานยนต์และจักรยาน และคุณจะเห็นคอเสื้อที่ดูลำลองมากขึ้นหลากหลายแบบในวันฤดูร้อน รวมถึงสไตล์คอกลมกว้างและคอปาด

หญิงสาวชาวเวียดนามนิยมสวมใส่ชุดอ๋าวใหญ่สำหรับการถ่ายภาพในสถานที่สวยงามต่างๆ วันในฤดูใบไม้ร่วงสีทองในฮานอยเหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพรอบทะเลสาบฮหว่านเกี๋ยม (Hoàn Kiếm Lake) ในช่วงเทศกาลเต๊ด (Tết หรือวันตรุษจีน) คุณจะได้เห็นความงดงามตระการตาของชุดนี้เมื่อผู้หญิงสวมใส่ไปเยี่ยมเยียนเพื่อนและครอบครัว รวมถึงไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดและศาลเจ้าต่างๆ งานแต่งงานคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการสวมใส่ชุดอ๋าวใหญ่ที่ดีที่สุดของตนเอง ในเวียดนาม เจ้าบ่าว เจ้าสาว และเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาวจะสวมใส่ชุดอ๋าวใหญ่อันวิจิตรงดงามในพิธีดั้งเดิม จากนั้นแขกที่มาร่วมงานเลี้ยงฉลองจะสวมใส่ดีไซน์ที่เรียบง่ายกว่าแต่ก็มีสีสันสดใสไม่แพ้กัน
คำแนะนำ: เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของอ๋าวใหญ่ในวงการแฟชั่นเวียดนาม ลองชมภาพยนตร์เรื่อง 'The Tailor' ซึ่งเกี่ยวกับห้องเสื้ออ๋าวใหญ่ในนครโฮจิมินห์ ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของเวียดนามในการเข้าชิงรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมในงานประกาศผลรางวัลออสการ์ปี 2018

ในการเลือกอ๋าวใหญ่ แต่ละสีล้วนมีความหมายแฝงอยู่ ในยุคจักรวรรดิ สีทองคือสีของราชวงศ์และสงวนไว้สำหรับพระมหากษัตริย์และพระมเหสีเท่านั้น อ๋าวใหญ่สีแดงนิยมสวมใส่ในช่วงเทศกาลเต๊ดเพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรือง เจ้าบ่าวและเจ้าสาวก็อาจสวมสีแดงในวันแต่งงานเช่นกัน ดังนั้นหากคุณเป็นแขกผู้ร่วมงาน การเลือกสวมสีอื่นจึงเป็นความคิดที่ดี สีขาวเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และไร้เดียงสา ดังที่เห็นได้จากชุดสีขาวของนักเรียนมัธยมปลาย ส่วนสีดำมักสวมใส่ในงานศพ นอกจากนี้ หญิงสาวชาวเวียดนามยังเลือกสีอ๋าวใหญ่ตามธาตุประจำตัว (ทอง, ไม้, น้ำ, ไฟ หรือดิน) โดยอิงตามปีเกิดของตนเองอีกด้วย

ใครๆ ก็สามารถสวมใส่ชุดอ่าวหญ่าย (áo dài) เพื่อแสดงความเคารพได้ ไม่ว่าจะเป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดหรู การประชุมสำคัญ หรือการเฉลิมฉลองต่างก็เป็นโอกาสที่เหมาะสม ทั้งนี้ขอเพียงสวมชุดอ่าวหญ่ายทับกางเกงขายาวเสมอ หากคุณกำลังมองหาชุดอ่าวหญ่ายแบบสำเร็จรูป ร้านค้าในย่านเมืองเก่าของฮานอยและเมืองโบราณฮอยอันก็มีตัวเลือกให้คุณเลือกสรรมากมาย นอกจากนี้ ช่างตัดเสื้อในฮอยอันยังสามารถตัดชุดใหม่ให้คุณได้ภายในเวลาไม่กี่วัน โดยคุณสามารถเลือกสไตล์และสีสันที่ชอบได้ตามต้องการเพื่อสะท้อนความเป็นตัวเอง และหากต้องการชุดอ่าวหญ่ายที่ออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ลองแวะไปที่หมู่บ้านผ้าไหมหว่านฟุก (Vạn Phúc) ซึ่งอยู่ห่างจากฮานอยเพียง 20 นาที ที่นี่คุณจะได้เลือกซื้อผ้าไหมคุณภาพดีจากแหล่งผลิต เรียนรู้กระบวนการทำผ้าไหม สั่งตัดชุดอ่าวหญ่าย และถ่ายรูปสวยๆ ท่ามกลางริบบิ้นผ้าไหมที่โบกสะบัด