ใจกลางย่านเมืองเก่าของฮานอย คุณจะพบกับแนวรางรถไฟอันเงียบสงบที่ตัดผ่านท่ามกลางความพลุกพล่านของอพาร์ตเมนต์และบ้านเรือนต่าง ๆ ทางเข้าที่ง่ายที่สุดคือทางถนนเจิ่นฝู ถ่ายภาพรถไฟที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านท้องถนน ถ่ายเซลฟี่บนรางรถไฟ หรือจิบกาแฟที่ร้านกาแฟที่มีอยู่มากมายริมทางรถไฟ รถไฟจะวิ่งผ่านเวลา 15.00 น. และ 19.00 น. ทุกวัน
สะพานล็องเบียน (Long Biên Bridge) สร้างขึ้นในปี 1902 โดยสถาปนิกชาวปารีส Daydé & Pillé ทอดตัวข้ามความกว้างของแม่น้ำแดงที่คดเคี้ยวในฮานอย รถไฟ รถจักรยานยนต์ และคนเดินเท้ายังคงข้ามสะพานเหล็กประวัติศาสตร์แห่งนี้เข้าสู่ย่านเมืองเก่าในแต่ละวัน แวะมาในช่วงเช้าตรู่หรือก่อนพระอาทิตย์ตกดินเพื่อเก็บภาพที่สวยงามน่าทึ่งของสะพานและเกาะกล้วย (Banana Island) ที่อยู่เบื้องล่าง
เคล็ดลับ: Sirin Cafe ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามทางเข้าสะพาน ช่วยให้ช่างภาพได้มุมมองจากมุมสูงและบริการ cà phê sữa đá สไตล์ฮานอย
แม้ว่าเส้นทางเดินเขาขึ้นไปที่นั่นอาจจะไม่ได้สะดวกสบายสวยหรูนัก แต่ทัศนียภาพพาโนรามาอันกว้างไกลของอ่าวฮาลองที่มองจากยอดเขาบ่ายเทอ (Bài Thơ) ถือเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ถ่ายรูปสวยลงอินสตาแกรมที่สุดในเวียดนาม เดินลุยป่าอันร้อนชื้นเพื่อขึ้นไปให้ถึงยอดเขา และอย่าลืมพกน้ำดื่มติดตัวไปเยอะๆ ล่ะ!
บันไดราว 500 ขั้นคั่นกลางระหว่างคุณกับจุดชมวิวตามก๊อก (Tam Cốc) อันน่าทึ่งที่ถ้ำมั่ว (Múa Caves) มังกรที่เลื้อยทอดยาวและเจดีย์หลายชั้นตั้งตระหง่านอยู่สูงบนยอดเขาหินปูน เมื่อรวมสิ่งเหล่านี้เข้ากับทัศนียภาพแบบพาโนรามาอันงดงามของระบบแม่น้ำและผืนนาข้าวที่จมอยู่ใต้น้ำด้านล่าง คุณก็จะได้ภาพสวยสะกดใจสำหรับลงอินสตาแกรม อย่าลืมไปถึงแต่เช้าเพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและฝูงชน
วัดบิชดงมีความงดงามราวกับภาพวาด แต่ทางเข้าที่ตกแต่งอย่างประณีตงดงามคือสิ่งที่คุณจะจดจำได้มากที่สุด ประตูสีสันสดใสและสะพานหินแคบๆ ทอดข้ามผ่านทะเลดอกบัวคอยต้อนรับผู้มาเยือน ถัดไปด้านหลัง ฉากหลังที่เป็นทิวเขาปกคลุมด้วยผืนป่าช่วยสร้างทัศนียภาพที่กระตุ้นความอยากออกเดินทางท่องเที่ยวของใครหลายคน
เคล็ดลับ: ไปเยือนวัดบิชดงในช่วงที่ดอกบัวบานสะพรั่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่ดูมหัศจรรย์ยิ่งขึ้น
ตั้งอยู่ห่างไกลจากเส้นทางท่องเที่ยวหลักตรงบริเวณชายแดนทางตอนเหนือของเวียดนาม คุณจะได้พบกับน้ำตกบันซก (Bản Giốc) อันทรงพลังและส่งเสียงดังกึกก้อง น้ำตกหลายชั้นอันทรงพลังที่โอบล้อมด้วยยอดเขาตระหง่านแห่งนี้ ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทิวทัศน์ที่สะกดสายตาและงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม อย่าลืมพกหนังสือเดินทางติดตัวไปด้วย เนื่องจากน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ตรงบริเวณพรมแดนระหว่างเวียดนามและจีน
การขี่รถจักรยานยนต์ท่องเที่ยวเป็นสิ่งดึงดูดใจหลักในจังหวัดทางภาคเหนือที่เต็มไปด้วยเทือกเขาอย่าง ห่าซาง (Hà Giang) นอกเหนือจากความตื่นเต้นของเส้นทางที่คดเคี้ยวแล้ว คุณจะได้พบกับทัศนียภาพอันน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเดินทางไปถึงช่องเขาหมาผีเล่ง (Mã Pí Lèng Pass) แม่น้ำโญกว๊ (Nho Quế) สีเขียวมรกตไหลตัดผ่านหน้าผาอันสูงชันและนาข้าวขั้นบันได ก่อตัวเป็นโตรกผาที่สวยงามน่าอัศจรรย์
เคล็ดลับ: หากต้องการภาพถ่ายสุดพิเศษ แนะนำให้ไปเยือนในเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกบัควีตบานสะพรั่งเต็มที่
ถนนที่เรียงรายไปด้วยต้นไม้และสว่างไสวด้วยแสงโคมไฟในฮอยอันแห่งนี้คือจุดถ่ายรูปชั้นยอด บนถนนเจิ่นฟู้ (Trần Phú) มีองค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอยอันอยู่อย่างครบครัน ทั้งดอกเฟื่องฟ้าที่กำลังบานสะพรั่ง โคมไฟผ้าไหม และตึกแถวทาสีดินเหลือง ซึ่งผสมผสานเข้ากันอย่างมีเสน่ห์แปลกตา ช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมงเช้าคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดหากคุณต้องการสัมผัสบรรยากาศบนท้องถนนแบบเป็นส่วนตัวโดยไม่มีผู้คนพลุกพล่าน
มือที่งดงามราวกับเทพนิยายของสะพานโกลเดนบริดจ์ (Golden Bridge) บนบานาฮิลล์ (Bà Nà Hills) มอบมุมถ่ายรูปที่ดูเหนือจริงที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม ประติมากรรมรูปมือขนาดมหึมานี้รองรับสะพานคนเดินสีทองอร่ามที่ทอดตัวยาวมองเห็นทิวเขาบานาและแนวชายฝั่งอันกว้างใหญ่เบื้องล่าง สะพานแห่งนี้รายล้อมไปด้วยดอกไฮเดรนเยียที่เบ่งบานและเต็มไปด้วยมุมถ่ายภาพที่ไม่ซ้ำใคร จึงเป็นสถานที่ที่เหล่านักเล่นอินสตาแกรมตัวยงต้องมาเยือนให้ได้
เมื่อเดินขึ้นบันไดปูนขาวอันสูงชันของ สุสานไคดิงห์ คุณจะได้พบกับการผสมผสานของสถาปัตยกรรมเวียดนามและฝรั่งเศส คุณจะต้องอยากถ่ายภาพเก็บไว้สักสองสามรูปที่บริเวณประตูและลานหน้าสุสาน ก่อนที่จะเข้าไปยังตัวสุสานอย่างแน่นอน รายละเอียดการตกแต่งภายในนั้นน่าทึ่งมาก ตั้งแต่งานโมเสกกระเบื้องเคลือบบนผนังไปจนถึงภาพวาดมังกรเก้าตัวบนเพดาน
ในฐานะหนึ่งในสี่สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของเวียดนาม มังกรถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญในความเชื่อพื้นบ้านของเวียดนามมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันในเมืองดานังที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว สัตว์ในตำนานนี้ได้รับการปรับโฉมให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น ลองมองดูขณะที่คุณแล่นผ่านสะพานอันน่าทึ่งนี้ หรือจะชื่นชมความงามจากริมแม่น้ำ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็รับรองว่าไม่ผิดหวัง!
เคล็ดลับ: อย่าลืมแวะมาที่สะพานแห่งนี้ในวันหยุดสุดสัปดาห์เวลา 21.00 น. เพราะมังกรโลหะตัวนี้จะพ่นไฟและพ่นน้ำในการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจ
ด้วยแม่น้ำอันงดงามราวกับความฝัน สระบัว และเนินเขาที่ปกคลุมด้วยผืนป่ารายล้อมรอบด้าน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหวียนจึงทรงเลือกเมืองเว้ (Huế) เป็นที่ตั้งราชธานีในยุคศักดินา นครจักรพรรดิที่มีคูเมืองล้อมรอบซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้นเต็มไปด้วยมุมสวยๆ ที่เหมาะแก่การถ่ายภาพอย่างยิ่ง ซุ้มประตูเก่าแก่และงานโมเสกอันวิจิตรบรรจงประดับประดาอยู่บนสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรมที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณโบราณสถานแห่งนี้
เนินทรายแห่งมุยเน่ ริมชายฝั่งทะเล ถือเป็นทัศนียภาพที่แปลกตาและน่าทึ่งในเวียดนามเขตร้อน แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ภาพถ่ายที่ได้ดูสวยงามโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ออกสำรวจอย่างมีสไตล์ด้วยการนั่งรถจี๊ปท่องเที่ยวพร้อมไกด์นำทาง หรือเลือกเดินเท้าเปล่าชมวิวในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ภาพถ่ายที่ได้ก็คุ้มค่าเกินบรรยายอย่างแน่นอน! ส่วนลำธารนางฟ้า (Fairy Stream) ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นจุดบรรจบกันของเนินทรายสีแดงและสีขาว ก็เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปสุดแปลกตาที่เหล่าช่างภาพชื่นชอบ
โบสถ์เตินดิญ (Tân Định Church) ใน โฮจิมินห์ซิตี้ ยกระดับความสวยหวานของสีชมพูไปอีกขั้น ในปี ค.ศ. 1877 โบสถ์เตินดิญเคยเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าและโรงเรียนประจำสำหรับเยาวชนในเมืองกว่า 300 คน ปัจจุบันที่นี่เปิดต้อนรับคริสตศาสนิกชนในเมืองตั้งแต่เวลา 5.00 น. ถึง 17.30 น. และเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมบน Instagram
เคล็ดลับ: คุณสามารถมองเห็นวิวที่สวยที่สุดของด้านหน้าอาคารสีชมพูนี้ได้จากฝั่งตรงข้ามถนน แต่อย่าลืมระวังรถราบนถนนด้วยล่ะ!
สำหรับผู้รักการบินโดรนที่มาพักผ่อนที่ JW Marriott’s Phú Quốc Emerald Bay Resort and Spa การได้ภาพถ่าย 'ช็อตเด็ด' ของสระว่ายน้ำ Shell Pool ของรีสอร์ทถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด สระว่ายน้ำที่มีดีไซน์แปลกตาแต่มีเสน่ห์นี้ช่วยเพิ่มความสนุกสนานและขี้เล่นให้กับภาพถ่ายโรงแรมหรูทั่วไปที่เห็นกันใน Instagram ส่วนพื้นที่ที่เหลือของโรงแรมก็สวยงามสบายตาไม่แพ้กัน
อาคารอพาร์ตเมนต์เก่าแก่แห่งนี้ได้รับการชุบชีวิตใหม่ให้กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ค้าปลีกที่ทันสมัยที่สุดของนครโฮจิมินห์ คาเฟ่สุดเก๋ ร้านอาหารฟิวชัน และบูติกเล็กๆ ต่างเปิดให้บริการในทุกชั้น ทำให้ที่นี่เป็นจุดแวะพักที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายรูปและหาของว่างทาน ซื้อชานมไข่มุกที่ร้าน ShareTea ตรงข้ามกับ Apartment 42 แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสองเพื่อเก็บภาพด้านหน้าของอาคารอพาร์ตเมนต์ที่โด่งดังในขณะนี้
ล่องลอยผ่านสวนมะพร้าวและล่องเรือชมป่าชายเลน: วิธีที่ดีที่สุดในการเที่ยวชมสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง คือการนั่งเรือสำปั้นอย่างแน่นอน คุณสามารถใช้เวลาทั้งวันได้อย่างง่ายดายไปกับการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศอันมีชีวิตชีวาของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำและสำรวจลำคลองสีน้ำตาลคาราเมล อย่าลืมพกหมวกงอบ (nón lá) ไปด้วยสำหรับถ่ายรูปช็อตเด็ดที่เป็นเอกลักษณ์
กระเช้าลอยฟ้าที่ทำลายสถิติโลกของ Sunworld จะพาทะยานผ่านเรือประมง เกาะที่ปกคลุมไปด้วยป่าไม้เขียวขจี และทะเลที่เป็นประกายระยิบระยับ ระหว่างทางไปยังเกาะห่อนเทิม (เกาะสับปะรด) ของฟู้โกว๊ก คุณจะมีเวลาฝั่งละ 20 นาทีเพื่อชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามเบื้องล่าง และถ่ายวิดีโอรวมถึงรูปภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่อย่าลืมเอนหลังและเพลิดเพลินไปกับการเดินทางด้วยนะ