เวียดนามมีทิวทัศน์ธรรมชาติมากมายที่เหมาะแก่การถ่ายภาพทิวทัศน์อันงดงาม รวมถึงชายหาดธรรมชาติที่สวยงามซึ่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตัวอย่างเช่น เกาะฟู้โกว๊กมีหาดบ๊ายซาว ซึ่งเป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยปลาดาว อ่าวฮาลองมีชายหาดหลายแห่งซ่อนตัวอยู่ระหว่างเขาหินปูนสูงตระหง่าน และเกาะลีซอนมีซุ้มหินโตโว่ที่ก่อตัวขึ้นจากหินภูเขาไฟ
บนชายฝั่งตอนกลางใต้ของแผ่นดินใหญ่ จังหวัดบิ่ญถ่วนมีชื่อเสียงในเรื่องชายหาดที่โรแมนติกและบริสุทธิ์หลายแห่ง นอกเหนือจากทิวทัศน์ธรรมชาติที่น่าทึ่งอื่น ๆ เช่น ทะเลสาบอันเงียบสงบ เนินทรายสีแดงและสีขาว และผืนป่าที่น่าดึงดูดใจ จังหวัดนี้คือสวรรค์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติที่ต้องการกิจกรรมที่หลากหลาย ตั้งแต่พายเรือคายัคและโต้คลื่น ไปจนถึงการเดินป่าและขี่รถควอดไบค์วิบาก
หากคุณกำลังเดินทางไปที่นั่น คุณควรหาเวลาไปเยือนหาดโก๋ถัก ชายหาดแห่งนี้อยู่ห่างจากเมืองฟานเถียตประมาณ 100 กิโลเมตร และห่างจากนครโฮจิมินห์ 300 กิโลเมตร คุณสามารถเดินทางไปยังหาดโก๋ถักได้โดยรถทัวร์ รถไฟ และรถจักรยานยนต์ ชายหาดที่ยาว 1 กิโลเมตรและกว้าง 300 เมตรแห่งนี้ ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนด้วยโขดหินรูปทรงแปลกตา สาหร่ายสีเขียวชอุ่ม และพรมกรวดหลากสีสันที่ส่องประกายระยิบระยับ
ทิวทัศน์อันงดงามนี้ปรากฏอยู่ในภาพถ่ายมากมายของทั้งช่างภาพมืออาชีพและมือสมัครเล่น ทำไมล่ะ? เพราะบนชายหาดข้างทะเลน้ำใสแห่งนี้ เต็มไปด้วยก้อนกรวดนับพันที่มีรูปทรงและสีสันตระการตาละลานตา จนทำให้ชายหาดแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่า 'หาดหินเจ็ดสี'
ในปี 2011 ศูนย์บันทึกสถิติเวียดนามได้ยอมรับว่าชายหาดแห่งนี้เป็นชายหาดที่มีสีสันมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ เนื่องจากมีหินและโขดหินจำนวนมหาศาล พวกมันถูกคลื่นทะเลซัดไปมาเป็นเวลาหลายพันปี จึงถูกกัดเซาะและขัดเกลาโดยน้ำขึ้นน้ำลง น้ำเค็ม และกระแสน้ำ
ก้อนกรวดที่มีรูปทรง ขนาด และสีสันที่แตกต่างกันนี้ส่องประกายราวกับพรมอัญมณีล้ำค่าที่มีสีเหลือบ บางก้อนมีทรงเหลี่ยม ทรงรี ทรงกลม ทรงสามเหลี่ยม และทรงรูปหัวใจ สีธรรมชาติของพวกมันมีทั้งสีขาว ดำ เหลือง น้ำตาล และหินหลายก้อนยังมีลายเส้นสีที่น่าหลงใหล ผู้ที่ชื่นชอบการมองหาก้อนกรวดสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นบนชายหาดเพื่อค้นหาสิ่งแปลกตาได้นานหลายชั่วโมง คุณจะเห็นบางก้อนถูกวางซ้อนกันเป็นกองหิน หรือจัดวางอย่างสมดุลราวกับงานประติมากรรมหินสไตล์เซน
แหล่งที่มา: อินเทอร์เน็ต
ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางก้อนกรวดเหล่านี้ยังมีโขดหินรูปทรงประหลาดที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน บางก้อนดูเหมือนสัตว์ทะเลแปลก ๆ บางก้อนดูเหมือนสัตว์หรือคนแก่นั่งหลังค่อม ลองดูว่าคุณจะมองเห็นหินรูปช้าง หรือหินที่มีลักษณะคล้ายนกกระจอกเทศหรือไม่
ถ่ายภาพพื้นผิวและมุมต่าง ๆ ของหิน หรือปีนขึ้นไปบนโขดหินเพื่อใช้เวลาครุ่นคิดอย่างเงียบสงบ
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี โขดหินหลายแห่งบนชายหาดจะถูกปกคลุมไปด้วยสาหร่ายสีเขียวนุ่มเหมือนมอส ซึ่งเป็นภาพที่น่าชมเมื่อแสงและน้ำขึ้นน้ำลงอยู่ในระดับที่พอเหมาะ ด้วยเหตุนี้ หาดโก๋ถักจึงเป็นสถานที่ถ่ายภาพทิวทัศน์ธรรมชาติในฝันของบรรดาช่างภาพ
ช่วงกลางเดือนมีนาคมเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการชมทิวทัศน์อันเหนือจริงนี้ เนื่องจากเป็นช่วงที่โขดหินส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยสีเขียวนุ่มฟู ซึ่งจะเปลี่ยนสีไปตามมุมของแสง ในตอนกลางวัน มอสจะเปลี่ยนเป็นสีทอง นอกเหนือจากช่วงกลางเดือนมีนาคมแล้ว คุณยังมีโอกาสสูงที่จะได้เห็นปรากฏการณ์นี้ในช่วงเวลาใดก็ได้หลังวันตรุษจีนไปจนถึงเดือนเมษายน
เมื่อน้ำลด โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก คุณจะได้เห็นสีสันที่หลากหลายละลานตาเมื่อแสงแดดส่องกระทบโขดหินที่ปกคลุมด้วยมอส ท่ามกลางแอ่งน้ำทะเลที่ส่องประกายระยิบระยับ สีสันที่มองเห็นได้จะขึ้นอยู่กับมุมของแสง ซึ่งมีทั้งสีเขียว น้ำเงิน เทอร์ควอยซ์ ม่วง หรือแม้กระทั่งสีแดง
หลังจากพักผ่อนที่ชายหาดแล้ว แวะทานอาหารทะเลสด ๆ ที่ร้านค้าใกล้เคียง จากนั้นเดินขึ้นบันไดหินตามเส้นทางที่โปร่งสบายและร่มรื่นไปยังวัดโก๋ถัก (Co Thach Pagoda) หรือที่รู้จักกันในชื่อ จั่วฮาง (Chua Hang - วัดถ้ำ) ซึ่งสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1835 โดยพระอาจารย์เซน บื๋อ ตั่ง (Bửu Tạng) ผู้มีจิตศรัทธาจำนวนมากเดินทางมาแสวงบุญที่วัดแห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่สูง 64 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อขอพรให้มีความสุขและโชคดี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน
แหล่งมรดกขนาด 2,000 ตารางเมตรแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในถ้ำหน้าผา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนาและมีรูปเคารพอันศักดิ์สิทธิ์มากมาย ร่วมชมการออกแบบหลังคาอันประณีต กระเบื้องโมเสกบนเสาและซุ้มประตู รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงามบนกำแพงหินที่ถ่ายทอดพุทธประวัติและเรื่องราวของพระโพธิสัตว์ ทิวทัศน์ของหาดหินจากจุดชมวิวนี้งดงามอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากบริเวณรูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม
ที่มา: อินเทอร์เน็ต