Vietnam Tourism

  • จุดถ่ายรูปสวยลงอินสตาแกรมที่สุดในญาจาง ปี 2022

ญาจางเป็นเมืองที่งดงามด้วยชายหาดที่สะอาดและน้ำทะเลสีฟ้าใส แสงไฟอันสว่างไสวจากตึกระฟ้าที่ตั้งตระหง่านเลียบชายหาดนั้นสวยงามราวกับภาพวาดจากเกือบทุกมุมมอง นักท่องเที่ยวสายโซเชียลมีเดียสามารถถ่ายภาพสวยๆ ไปโพสต์ได้ตลอดแนวชายฝั่ง

การมาเยือนญาจางและถ่ายเซลฟี่บนพื้นทรายริมหาดนั้นทำได้ง่ายดาย แต่ยังมีจุดหมายปลายทางอีกหลายแห่งที่นักท่องเที่ยวหลายคนมองข้ามไป ในความเป็นจริงแล้ว ญาจางรุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ ธรรมชาติที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา และความลับที่พลาดไม่ได้ ซึ่งจะช่วยเติมเต็มเสน่ห์ของเมืองนี้ให้แก่ผู้ที่เข้ามาค้นหา

ใครๆ ก็ถ่ายภาพจากชายหาดได้ ลองมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว 5 แห่งนี้ เพื่อยกระดับการเล่นอินสตาแกรมของคุณไปอีกขั้น


1. Skylight Rooftop Bar

Skylight Rooftop Bar เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมที่สุดในญาจาง ทั้งสำหรับคนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ในอินสตาแกรม ด้วยความเป็นบาร์ริมหาดอย่างแท้จริง Skylight ตั้งอยู่ริมหาด Tran Phu โดยพร้อมเสิร์ฟค็อกเทลสูตรพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นโดยบาร์เทนเดอร์ที่ได้รับการฝึกฝนจากทีมงานของบาร์ Lock & Key แห่งลอสแอนเจลิส

 

มุมถ่ายรูปสวยในญาจาง

ที่มา: อินเทอร์เน็ต

พื้นที่ของร้านมีขนาดใหญ่มาก โดยประกอบด้วยบาร์ 3 แห่ง พื้นที่จัดกิจกรรม 4 จุด และโต๊ะดีเจ 3 จุด นอกเหนือไปจากระเบียงริมสระว่ายน้ำ หอดูดาว ประภาคาร และสกายวอล์กพื้นกระจก สถานที่แห่งนี้มีการแสดงดนตรีสดอยู่เป็นประจำ และยังเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการมาออกเดตอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นบาร์ในสไตล์ที่คุณเลือกรูปแบบการผจญภัยได้เอง ซึ่งสนุกสนานทั้งสำหรับคู่รักและสายปาร์ตี้

จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดของ Skylight คือประภาคาร ซึ่งเป็นประภาคารที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 151 เมตร สามารถมองเห็นได้จากทุกที่ในเมือง และเมื่อขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดก็สามารถมองเห็นเมืองได้โดยรอบเช่นกัน หากต้องการชมวิวที่งดงามยิ่งขึ้น ให้มุ่งหน้าไปยัง Skydeck แม้ประภาคารจะสูงกว่า แต่ Skydeck ก็เพียบพร้อมไปด้วยกล้องส่องทางไกลกำลังสูงเพื่อส่องดูทิวทัศน์ในระยะไกลแบบเจาะลึก ในช่วงกลางวัน ไม่มีที่ไหนจะเหมาะสำหรับการชมทิวทัศน์ของทะเลตะวันออกและเทือกเขาโดยรอบไปมากกว่าที่นี่ ส่วนในยามค่ำคืน ญาจางจะแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีอันตระการตา ส่องประกายแวววาวราวกับแพลงก์ตอนเรืองแสงในเขตเมือง

 

มุมถ่ายรูปสวยในญาจาง

ที่มา: อินเทอร์เน็ต

 

2. บ่อน้ำร้อนทับบา (Thap Ba Hot Springs)

หาก Skylight Bar คือจุดถ่ายรูปสุดหรู บ่อน้ำร้อนและบ่อโคลนทับบาก็เป็นสถานที่สำหรับนักเดินทางที่อยากดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างแท้จริง ในตอนแรก การแช่โคลนอาจดูเหมือนเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับเรื่องของความงาม แต่แท้จริงแล้ว บ่อโคลนนั้นขึ้นชื่อระดับโลกในเรื่องการเป็นเคล็ดลับความงาม การอาบโคลนจะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว บรรเทาอาการปวดข้อ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อและข้อต่อ และได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยบรรเทาอาการของโรคผิวหนัง เช่น โรคผื่นผิวหนังอักเสบและโรคสะเก็ดเงินได้

ทับบาเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1999 ปัจจุบันกลายเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรสำหรับการบำบัดด้วยธรรมชาติ โดยมีบริการให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่บ่อโคลนรวมหรือส่วนตัว น้ำตกแร่ธรรมชาติ สระว่ายน้ำ และกำแพงวารีบำบัด ส่วนแพ็คเกจระดับท็อปจะมีบริการอ่างจากุซซี่ สระว่ายน้ำ 4 สระ ซาวน่า และร้านอาหาร

ลงไปแช่ในบ่อโคลนแร่ธรรมชาติที่ข้นหนืดอย่างน้อย 20 นาทีเพื่อสัมผัสคุณประโยชน์อย่างเต็มที่ ยิ่งแช่นานเท่าไรก็ยิ่งดี เพราะนี่คือกระบวนการบำบัดที่ช่วยปลดปล่อยความเมื่อยล้าออกจากรูขุมขนพร้อมๆ กับการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หลังจากการแช่โคลน ให้ล้างตัวแล้วลงไปแช่ในบ่อน้ำแร่ร้อน การผสมผสานระหว่างการทรีตเมนต์ทั้งสองนี้จะช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายจนตัวเบา ดังนั้นควรดื่มน้ำเพื่อเติมความชุ่มชื้นตลอดการใช้บริการ จากนั้นให้อาบน้ำชำระล้างความเครียดและสิ่งสกปรกออกไปก่อนจะเดินทางกลับเข้าเมืองเพื่อหาเครื่องดื่มสักแก้ว ซึ่งอาจจะเป็นที่ Skylight หรือเปล่า?

 

มุมถ่ายรูปสวยในญาจาง

ที่มา: อินเทอร์เน็ต

 

3. ปราสาทโพนคร (Ponagar Tower)

แม้ญาจางจะมีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องชายหาดที่ผ่อนคลาย บรรยากาศปาร์ตี้ และอาหารทะเล แต่ที่นี่ก็เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และมรดกทางวัฒนธรรมเช่นกัน ญาจางเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรจามปามานานก่อนที่จะกลายมาเป็นเมืองในเวียดนาม ปัจจุบัน ร่องรอยของอาณาจักรฮินดูอันรุ่งเรืองในอดีตยังคงหลงเหลืออยู่ในรูปแบบของซากโบราณสถาน

ปราสาทโพนครคือหนึ่งในมรดกทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญที่สุดของชาวจาม และได้รับการพิจารณาให้เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ระดับชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ในอดีตปราสาทแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ชั้น โดยชั้นแรกเป็นหอสังเกตการณ์ ชั้นที่สองเป็นอาคารรับรอง และชั้นที่สามเป็นสถานที่สำหรับประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทั่วทั้งโครงสร้างมีการจารึกข้อความสรรเสริญพระแม่โพนคร โดยถวายปราสาทและผืนดินนี้ให้เป็นเครื่องสักการะแด่พระนาง

ชั้นบนสุดของปราสาทโพนครประกอบด้วยเสาอิฐ 4 ต้นที่สร้างขึ้นโดยไม่มีการใช้ปูนสมาน มีลวดลายตกแต่งประดับอยู่บริเวณยอดเสา ซึ่งตัวเสาเองได้รับการแกะสลักเป็นเทวรูปเทพเจ้า เทพี นางอัปสร และสัตว์ต่างๆ หอคอยกลางมีความสูง 23 เมตร ประดิษฐานเทวรูปพระแม่ขนาดใหญ่ที่แกะสลักจากหินแกรนิตสีดำ พระนางประทับอิงดอกบัว โดยมียอดเสาแกะสลักเป็นรูปพระศิวะและสัตว์ต่างๆ ร่ายรำอยู่เหนือพระเศียร ส่วนเสาขนาดเล็กกว่าอีกสามต้นนั้นสร้างขึ้นเพื่ออุทิศแด่พระศิวะ พระสัณหกะ และพระพิฆเนศ

แม้ว่าปราสาทโพนคร (Ponagar Tower) และซากปรักหักพังของอาณาจักรจามปาจะเป็นเสมือนภาพโปสการ์ดจากอดีตที่ผ่านพ้นไปนานแล้ว แต่ชาวจามก็ยังคงเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ส่วนน้อยที่สำคัญในเวียดนาม โดยเฉพาะในภูมิภาคตอนกลาง จนถึงทุกวันนี้ ผู้คนในพื้นที่ราบสูงตอนกลางยังคงสรรเสริญบูชาเทพธิดาเหล่านี้ ซึ่งกล่าวกันว่าได้เสด็จลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสอนให้ผู้คนปลูกข้าวและทอผ้า ซึ่งเป็นอาชีพและทักษะที่ยังคงได้รับการฝึกฝน แบ่งปัน และเชิดชูมาจนถึงปัจจุบัน

 

จุดถ่ายรูปสวยในญาจาง

 

4. กระเช้าลอยฟ้า Vinpearl

ฮอนเตร (Hon Tre) หรือเกาะไผ่ ตั้งอยู่ทางใต้สุดของอ่าวญาจาง ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา เกาะนี้ได้รับการแปลงโฉมให้เป็น Vinpearl Land ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาสุดหรูที่ประกอบด้วยรีสอร์ตหรู สนามกอล์ฟ สวนสนุก สวนน้ำ และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Vinpearl Land (ซึ่งบางครั้งเรียกว่าเกาะ Vinpearl) เชื่อมต่อกับญาจางด้วยกระเช้าลอยฟ้าข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลก

เดินทางข้ามมหาสมุทรเป็นระยะทาง 3.3 กิโลเมตร โดยลอยอยู่กลางอากาศสูง 100 เมตรผ่านเสาโครงตาข่ายเก้าต้น ในช่วงกลางวัน มหาสมุทรจะส่องประกายระยิบระยับใต้แสงแดด การเดินทางนี้จะมอบทิวทัศน์แบบพาโนรามาของมหาสมุทรที่ทอดยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โอบล้อมด้วยภูเขาสูงตระหง่านในระยะไกล ในเวลากลางคืน เสาเหล่านี้จะสว่างไสวด้วยไฟนีออน และเมืองญาจางจะเปล่งประกายในระยะไกลที่ค่อยๆ ห่างออกไป ราวกับเป็นคู่แฝดของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดวงดาว

 

จุดถ่ายรูปสวยในญาจาง

 

5. น้ำตกบาโฮ

ห่างจากญาจางประมาณ 30 นาที ลำธารบาโฮ (Ba Ho Stream) ไหลลงมา 660 เมตรจากยอดเขาฮอนเซิน (Hon Son) ในเทือกเขาคั้ญฮวา (Khanh Hoa) สายน้ำไหลลดหลั่นผ่านระบบแอ่งน้ำขนาดใหญ่และเล็กจนกลายเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่สามแห่งที่ระดับความสูงต่างกันไปตามไหล่เขา ขณะที่ไหลผ่านทิวเขา สายน้ำนี้ก็ช่วยหล่อเลี้ยงผืนป่าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ซึ่งเป็นระบบนิเวศโบราณที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ท่ามกลางหมู่ไม้ เดินป่าผ่านป่าผืนนี้เพื่อไปเยือนระบบทะเลสาบตามเส้นทางเดินป่าที่มีความยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

จุดถ่ายรูปสวยในญาจาง

 

ทะเลสาบชั้นล่างสุดเป็นจุดที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด แม้ว่านี่จะเป็นจุดสุดท้ายของเส้นทางน้ำตกบาโฮ แต่คนในท้องถิ่นยืนยันว่าน้ำตกชั้นนี้สวยงามที่สุดในบรรดาสามชั้นในช่วงฤดูฝน เมื่อพายุมรสุมทำให้กระแสน้ำไหลแรงขึ้น ที่นี่สามารถเล่นกระโดดหน้าผาได้: ปีนขึ้นไปบนยอดน้ำตกชั้นนี้แล้วกระโดดดิ่งลงสู่น้ำเย็นฉ่ำ ซึ่งน้ำที่ชั้นล่างสุดนี้จะใสสะอาดที่สุด

เดินตามลำธารไปตามเส้นทางขึ้นเขาไปอีกเพื่อไปยังทะเลสาบแห่งที่สอง ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยผืนป่าอย่างมิดชิด สภาพภูมิประเทศที่นี่มีความท้าทายมากกว่าชั้นล่างมาก ซึ่งดึงดูดนักสำรวจและคนรักธรรมชาติ แต่ไม่มีฝูงชนจำนวนมาก พักผ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ยักษ์ต้นหนึ่งที่ให้ร่มเงาแก่ทะเลสาบแห่งนี้เพื่อแวะรับประทานอาหารกลางวันและลงเล่นน้ำ

ทะเลสาบแห่งสุดท้ายเป็นเส้นทางเดินป่าที่ท้าทายที่สุด ปีนป่ายผ่านภูมิประเทศที่ขรุขระและเต็มไปด้วยโขดหินผ่านผืนป่าเพื่อไปยังแอ่งน้ำที่สูงที่สุดของน้ำตก พื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้โบราณและระบบถ้ำที่ทอดยาวผ่านไหล่เขา นักสำรวจที่เดินทางมาถึงจุดนี้จะได้รับรางวัลเป็นความเงียบสงบอย่างแท้จริง และทิวทัศน์ที่สวยงามเพียงพอที่จะเปลี่ยนนักท่องเที่ยวทุกคนให้กลายเป็นช่างภาพ

 

จุดถ่ายรูปสวยในญาจาง